ขณะที่เรากำลังวิ่งเหนื่อยอยู่ที่ pace 7
เห็นคนที่กำลังวิ่ง pace 4 pace 5 ที่วิ่งแซงฉิวไป
ในใจคิดเลยว่า ... เอ๊ะ.. เขารู้สึกเหนื่อยเหมือนกับเราไหม? ![]()
![]()
.
"ความเหนื่อยเท่ากัน แต่ 'ความพัง' ต่างกัน"
.
ข้างในคือสงครามเหมือนกัน ต่อให้เพื่อนวิ่งเร็วกว่าเรา 3 เท่า แต่ถ้ามันใส่เต็มสูบ 100% หัวใจมันก็เต้นรัว ปอดมันก็ร้อนเป็นไฟเหมือนเรานี่แหละ ความรู้สึก "จะขาดใจ" นั้นคือพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ไม่มีการยกเว้นให้ขาแรง
.
แต่... ระบบจัดการคนละ Level !
.
เรา "มือใหม่" เหนื่อยเพราะร่างกายยังไม่ชินกับความล้า กรดแลกติกขึ้นนิดเดียวสมองก็สั่งให้เลิกแล้ว แถมกล้ามเนื้อช่วยหายใจยังไม่แข็งแรง เลยเจ็บซี่โครงเหมือนโดนแทง
.
เพื่อน "เก๋า" เหนื่อยแบบ "ชินชา" มันรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวจะเจ็บ เดี๋ยวจะหอบ แต่มันรู้วิธีหายใจให้ไม่จุก และรู้วิธี "สับหลอก" ความเจ็บปวดในหัวให้วิ่งต่อไปได้
.
จุดจบที่ต่างกัน:
.
พอหยุดวิ่งปุ๊บ... เพื่อนเราอาจจะยืนหอบเท่ๆ 1 นาทีแล้วเดินไปจีบสาวต่อได้
ส่วนเราเหรอ? ลงไปนอนท่าปลาดาว กอดขวดน้ำสิงห์เหมือนเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิต
.
สรุปแล้ว.. "ขาแรงก็เหนื่อยเท่าเรานั่นแหละ" เพียงแต่ความเหนื่อยของเขาคือ ความเหนื่อยที่ผ่านการฝึกมาแล้ว ส่วนของเราคือ "ความเหนื่อยที่ร่างกายกำลังตะโกนว่า... Help Me Please"
.
#ความเหนื่อยที่แตกต่าง
#ไปวิ่งกัน